บทที่ 2 ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
หลายปีต่อมา..
ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เหมือนอย่างช่วงชีวิตเรา ๆ เมื่อหลายปีมานี้ จากชายโฉดที่ไม่คิดอยากมีพันธะหรือสานสัมพันธ์กับใคร จนตอนนี้ กลายมาเป็นผัว เป็นพ่อคนเต็มตัว ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี
Baan ThreeP (บ้านธรีพี)
บ้านหลังนี้เป็นความตั้งใจของภูภูมิหลังจากมีครอบครัว เขากว้านซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างด้านข้างธรีพีแทททูจำนวนหลายไร่ โดยเสนอจำนวนเงินที่สูงกว่าราคาตลาดเกือบสามเท่าตัว ทำให้เขาได้ที่ดินหลายผืนหลากเจ้าของมาในเวลาไร่เรี่ยกัน
ชายหนุ่มในวัยเลขสามต้น ๆ ยอมทุ่มเงินเก็บเกือบเก้าหลักเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้เป็นบ้านที่สามารถรองรับทุกคนได้ไม่แออัด ทว่าใครสะดวกเลี้ยงลูกแบบไหนก็แล้วแต่ ตามใจ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รู้สึกไม่สบายใจ มาหาเขาได้ทันทีที่บ้านธรีพี
บ้านธรีพีหรือตึกธรีพีก็ไม่แน่ใจ..
ทั้งหมดมี 9 ชั้น รูปทรงบ้านตัวยู U แบบนี้
แต่ละชั้นแตกต่างกันออกไป เราตกลงกันไว้แล้ว
ส่วนชื่อบ้าน จบที่ ธรีพี เหมือนเดิม คงเพราะชื่อธรีพีมันลึกซึ้งเกินคำจะบรรยาย มีทั้งสุขทั้งเศร้า หลายอารมณ์ หลายเรื่องราวเคล้ากันไป
ThreeP ธรีพี ความหมายของชื่อนี้ มีที่มา..
Three ธรี ภาษาอังกฤษ หมายถึงเลขสาม
P ภาษาอังกฤษที่เขาหมายถึงคือ P Poom P Phat P Peem เราสามคนพี่น้อง
แรกตั้งเขาไม่คิดชื่อนี้จะอยู่ยงคงกระพัน จนชื่อธรีพี มันติดปาก คุ้นหู คุ้นตามาถึงทุกวันนี้ ถึงได้รู้ ทุกคนผูกพันเหมือนที่เขาผูกพัน
"มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้?" ไคเซอร์เดินถือแก้วกาแฟสองแก้วมานั่งด้านข้างภูมิ ภูมิที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายของภัส ตัวเขาเป็นผัวภัสก็เท่ากับว่าเขาเป็นน้องมันอีกคน เป็นทั้งเพื่อนสนิททั้งน้องชาย ไคซ์ถามแล้วเลื่อนแก้วกาแฟไปตรงหน้าภูมิ อีกฝ่ายหันมาสบตา หัวเราะในลำคอ รับแก้วกาแฟไปจิบ
แปลกดีจริง มันแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่เช้าทำไม?
"ถามมาได้" ภูมิจิบกาแฟไปพอประมาณจึงวางแก้วลง สบตาพ่อของลูกน้องสาวอย่างเอือมระอา มันคงไม่รู้เลยละมั้ง แฝดลงลิฟต์มาเคาะประตูห้องเขาตั้งแต่กี่โมง
"ลูกกูหาย แต่ได้ยินเสียงเจี้ยวจ้าวที่ชั้นมึง"
"ก็ลูกมึงนั่นแหละ มาปลุกลูกกู!"
"แล้วตื่นไหม?"
"หนีไปอยู่ชั้นไหนแล้วไม่รู้ เหลือแต่ลูกมึงนั่นแหละที่รื้อของอยู่ห้องเก็บของเล่น" มันรู้ทั้งรู้ ยังมีหน้ามาถาม แบบนี้เรียกหน้าด้านได้ใช่ไหม?
"สงสัยชั้น 4 วิวดี ลูกกูเลยหนีลงไปเล่นบ่อย"
"ใครใช้ให้มึงขนของเล่นมาไว้ห้องชั้น 4"
"เมียมึง ก็เซย์บอกเอามารวม ๆ กันไว้จะได้ไม่ต้องเก็บหลายห้อง ใครอยากเล่นอะไรก็มาเล่น อีกอย่างเมียมึงก็ชอบไซฟี กูเห็นถักเปียให้ทุกวัน" ถ้าต้องมีใครสักคนที่ผิด คนนั้นต้องไม่ใช่กู เพราะเมียมึงนั่นแหละที่เสนอให้ขนของเล่นมาไว้ห้องชั้นสี่เอง
แต่ละชั้นมีห้องนอนไม่ต่ำจากแปดห้อง ทุกห้องมีเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของครบครันพร้อมนอน แค่เสียเวลาดึงพวกฟิล์มกันฝุ่นออกสักหน่อยก็นอนได้เลย ยังไม่รวมห้องว่าง ห้องเก็บของ ครัวขนาดย่อม ห้องนั่งเล่นอีกต่างหาก
ทว่าหลัก ๆ ที่อยู่อาศัยจะเป็นชั้น 3,4,5,6 เสียมากกว่า จับจองกันไว้หมดแล้ว
"เดี๋ยวกูให้คนมาขนไปไว้ชั้นว่าง ๆ เด็ก ๆ จะได้เสียงดังเต็มที่" หนวกหู กูจะนอน
"นิด ๆ หน่อย ๆ ทำบ่น เดี๋ยวมากันครบเมื่อไหร่ รู้เรื่อง"
"คงไม่มีลูกใครตื่นเช้าเท่าลูกมึงแล้วมั้ง" ใครจะมาก็มาเถอะ ไม่ได้ว่าอะไร แต่ช่วงเช้าขอนอนก่อนได้ไหม ไม่ใช่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูทุกวันแบบนี้
"เพลียอะไรขนาดนั้น กะจะมีน้องให้ไอ้ซูมว่างั้น?"
"คนเดียวพอแล้ว"
"กระจอก ไม่ดูกูเป็นตัวอย่าง"
"ตัวอย่างที่ไม่ดี ชอบทิ้งลูกให้เมียกูดูแล อย่าให้พูด"
"ก็เมียมึงชอบเด็กผู้หญิง ไม่จัดให้สักคนอะ?"
"ไม่เอาแล้ว ไม่อยากเห็นเซย์เจ็บ"
"ไอ้คนรักเมีย" อย่าว่าแต่มัน เขาก็รักภัสมากเหมือนกันนั่นแหละ
"อย่าให้กูพูด" ถ้าพูดแล้วเดี๋ยวจะยาวไอ้หมา!
"เฮ้ย ทำไมพวกมึงตื่นเช้าจังวะ?" น้องเล็กสุดในกลุ่มอย่างบูมเดินบิดขี้เกียจมานั่งฝั่งตรงข้ามถามเพื่อนรักทั้งสองคน ก่อนจะเอนตัวลงนอนคุยเนียน ๆ อย่างคนที่ยังไม่อยากตื่น
"แล้วมึงตื่นเช้าทำไม" ไคเซอร์ถามบูม มองท่าทางอ่อนเพลียของอีกฝ่ายอย่างขำ ๆ
"ลูกตื่น เมียตื่น" ตื่นทั้งแม่ทั้งลูก จะให้นอนต่อก็รู้สึกแปลก ๆ เขาเลยหนีลงมานอนข้างล่างแบบนี้ไง
"ให้เมียมึงอุ้มไปเล่นกับแฝดดิ" ภูมิเอนหลังพิงพนักพิงหลังพูดขึ้น ไม่วายหรี่ตามองคนนอนอย่างสงสัย มันง่วงอะไรขนาดนั้น
"อาบน้ำอยู่ คงอีกแป๊บ"
"ไอ้ปลื้มมายัง?"
"ขนของมาบ้าง ก็บ้านเมียมันอยู่ตรงนี้ คงไป ๆ มา ๆ แหละมั้ง" ไอ้ปลื้มกับเขาต่างกัน ต่างตรงที่ป๋าชวนกลับบ้านเขาไม่กลับ ยืนกรานจะเลี้ยงลูกอยู่ธรีพี อยากรู้ใครมันจะขยันขับรถไป ๆ มา ๆ บ้านกับที่ทำงาน สู้นอนที่ทำงานเหมือนเดิมไม่ดีกว่าเหรอ
กินนอนมาแล้วหลายปี จะอยู่อีกหลาย ๆ ปี ไอ้ภูมิคงไม่ด่าหรอก ก็ถ้ามันด่ามาก็ด่ากลับ ไม่เห็นยากอะไร
แต่อย่างว่า ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จากที่เคยอาศัยอยู่ด้านบนธรีพีแทททู ตอนนี้ย้ายมาอยู่บ้านธรีพีกันเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าวันไหนทะเลาะกับเมียก็ไปนอนได้ มีของทุกอย่างเหมือนเดิม อยู่ที่กล้าทิ้งเมียไปนอนในร้านหรือเปล่าแค่นั้นแหละ
บ้านธรีพีไม่ต่างจากคฤหาสต์ แม่งใหญ่ฉิบหาย ถ้าแยกกันอยู่คนละชั้นคงห่างเหินน่าดู เลยตกลงกัน อยู่ชั้นละสองครอบครัว
บูมเลือกชั้น 3 ปีกขวา ไอ้ปลื้มมาช้าให้มันเอาปีกซ้ายไป รายนี้คงไป ๆ มา ๆ พ่อตาแม่ยายหลงหลาน
เจ้าของบ้านเลือกชั้น 4 ปีกซ้าย ส่วนปีกขวามันบอกให้ไอ้หมีควายมาอยู่ จะมาจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้
ไอ้พวกลูกดกเลือกอยู่คนละชั้น ไคซ์ชั้น 5 ขุนชั้น 6 ถึงจะอยู่คนละชั้นแต่ก็เลือกปีกซ้ายของบ้านกันเกือบทั้งหมด แม่งปีกขวาว่างระนาว ถ้าวันไหนบ้านส่อแววถล่ม เราปีกขวารอดปลอดภัยแน่นอน
ฉลาดสุดในรุ่นก็กูนี่แหละ 'ซ้ายร้าย ขวาดี' โบราณไม่ได้บอก กูบอกเอง ฮ่า ๆ
"เอาที่มันสะดวก" ภูมิไหวไหล่ตอบ เขาไม่ได้บังคับให้ใครมาอยู่ แค่อยากมาเมื่อไหร่ก็มาได้ ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคนเสมอ เหมือนครั้งที่เรายังกินสุกี้ด้วยกันนั่นแหละ
"ไอ้ขุน แม่มันหวงหลาน เมียมันก็ห่วงงาน" ไคเซอร์พูดแล้วจิบกาแฟ ลำพังเขากับไอ้ภูมิไม่ได้มีปัญหาอะไร แค่ย้ายจากคอนโดห้องติดกันมาอยู่บ้านหลังใหญ่ขึ้น ดีจะตาย ลูกก็มีที่วิ่งเล่นเยอะขึ้น ไม่ดีตรงไหน
"แต่ก็แล้วแต่มัน อยากมาเดี๋ยวมันก็มาเอง" ไคเซอร์พูดเองตอบเอง ตอบแทนเพื่อนรัก จนทั้งสองคนหันมาสบตา พวกมันมองเขาทำไม?
"เลี้ยงลูกเยอะ สมองไปหมดแล้วมึง" บูมส่ายหน้าสบตาไคซ์พลางยิ้มแหย จะว่าไม่ใช่ก็ต้องใช่แหละ เขามีคนเดียวยังปวดหัวฉิบหาย มันมีตั้งสามคน ไม่ฉิบ ฉิบ ฉิบหายเลยเหรอ
"กูก็ว่างั้น" ภูมิเห็นด้วยกับบูม
"ว่างั้น ว่างั้น เมียพวกมึงบอกหรือยัง?" บูมหลับตาลงถามเสียงราบเรียบ ต่างจากอีกสองคนที่นั่งหลังตรง ชะเง้อหน้ามองมาทางเขา มองอะไรวะ?
"??" ภูมิไคซ์มองคนนอนพลางเลิกคิ้วถามซ้ำว่าหมายถึงอะไร
"ก็พวกผู้หญิงนัดกันปาร์ตี้ ให้พวกเราดูแลลูก"
"..."
"อ้าว เมียมึงไม่บอกเหรอ เมียกูบอกแล้วนะ"
"ที่ไหน/วันไหน" ไคซ์ภูมิถามพร้อม ๆ กัน ก่อนจะหันเขม่นใส่กันหน่อย ๆ ที่ถามคำถามคล้ายกัน
"ไม่รู้ แต่คงเร็ว ๆ นี้"
"..."
"กูกำลังคิดเลย เมียปาร์ตี้ใช่ปะ เราก็หาคนมาเลี้ยงลูกแล้วก็ขึ้นไปปาร์ตี้กับเมีย ดีปะ?" คำถามไร้ซึ่งคำตอบ ทำไมไม่ตอบ ปากอมอะไร จนเมื่อเขาลุกขึ้นนั่ง ลืมตา ไม่เห็นแม้แต่เงา หมายความว่าอะไร?
"นี่พวกมึงทิ้งให้กูนอนพูดคนเดียวเหรอ ทำแบบนี้ได้ไงวะ!" ไม่เห็นแก่หน้ากูบ้างเลย คนอุตส่าห์มาบอก เสือกทิ้งให้กูพูดคนเดียวอยู่ได้ พวกเวร! กะอีแค่เมียปาร์ตี้ พวกมึงจะอะไรนักหนา ไม่ได้โดนทิ้งสักหน่อย
ไม่โดนทิ้ง..แต่โดนเผา คุ้มไหม?
กูว่าไม่คุ้ม!
"เฮ้ย รอกูด้วย ปาร์ตงปาร์ตี้เหี้ยอะไร ไม่เอาโว้ย!!" คนรู้สึกตัวช้าตะโกนตามหลังแล้ววิ่งไปกดลิฟต์
ไม่ ไม่ จะยอมให้พวกผู้หญิงรวมตัวกันไม่ได้
งานนี้ฉิบหายแน่!
